Doi Mon Jong

21-22 Jan 2017

เหมือนจะเป็นธรรมเนียมของผมไปแล้วที่จะขึ้นเขาติดต่อกันประมาณ 1 เดือน เส้นทางเดินเขาที่ 4 ของผมครั้งนี้จึงตามครั้งที่ 3 มาติดๆ คือ ดอยม่อนจอง ~ หลังจากที่ไป ภูสอยดาวดอยหลวงเชียงดาว และ เขาหลวง มาแล้ว

ดอยม่อนจองนี้ จากที่อ่านรีวิวหลาย ๆ ที่เห็นว่า เดินขึ้นง่าย แต่เดินทางด้วยรถไกลมากๆ แทน ซึ่งถ้าเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปที่อำเภออมก๋อยนี้ ใช้เวลานานถึง 4 ชั่วโมงครับ โดยระหว่างทางก็จะมีที่เที่ยวมากมายเช่น เมืองฮอต, ออบหลวง, สวนสนบ่อแก้ว

เตรียมตัว

20 Jan 2017

คณะเดินทางรอบนี้ไปกัน 5 คนครับ ซึ่งเห็นว่า อำเภอ อมก๋อยห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่พอสมควร เราจึงไปพักกันที่อำเภอฮอตก่อนครับ ซึ่งจะอยู่ระหว่างกลางทางพอดี เพื่อที่ว่าวันถัดไป ก็ไม่ต้องตื่นเช้ามาก ผมตัดสินใจพักที่ ภูอันนา อีโค่เฮ้าส์ ครับ บรรยากาศชิลมากๆ มีน้องควายด้วย อิอิ

First Day to Doi Mon Jong

21 Jan 2017

ด้วยความที่ชิลเกิน ตื่นเกือบ 8 โมงครับและเตรียมซื้อของกินต่างๆ ที่ตลาดฮอต ออกเดินทางก็ประมาณ 10 โมง ถึงอมก๋อยประมาณเที่ยงนิดๆ ครับ

พอไปถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก็ติดต่อเจ้าหน้าที่สำหรับชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ หรือถ้าจะเช่าเต๊นท์ ก็เช่าได้เลย มีลูกหาบชาวมูเซอไว้บริการ

แต่… ดวงซวยของกลุ่มเราก็มาถึง เมื่อ ลูกหาบไม่เหลือเลย! ตกใจเล็กน้อยครับ นี่จะให้ผมแบกขึ้นจริงๆ หรือออออ (มาสายด้วย เพราะลูกหาบขึ้นกันตั้งแต่เช้าไปเป็น 100 แล้ว)

ปรึกษากันอยู่สักพัก ก็โอเค เห็นว่าทางมันไม่ลำบากมากนะ ลองดูสักตั้งละกัน

ภาพภายในหมู่บ้านชาวมูเซอ

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ จะเรียกรถ 4WD ขับรถพาเราเข้าไปยังจุดขึ้นดอยโดยใช้เวลาทั้งหมดเกือบชั่วโมงครึ่ง เพราะทางที่รถวิ่งไปนั้นขับยากมากยังเป็นลูกรัง ทางชันขึ้นลงเขาและคดเคี้ยว แถมยังเป็นทางแคบที่มีรถวิ่งได้ทางเดียวอีกต่างหาก ถ้าจะมีรถสวนมาละก็ ต้องมีคนใดคนหนึ่งถอยยาวๆ หรือหลบข้างทางที่จะหลบได้ ซึ่งโดยปกติแล้ว เค้าคงไม่อนุญาตให้คนนอกเอารถเข้ามาขับกัน

พอถึงจุดเดินขึ้น ก็เริ่มลุยกันเลยครับ เพราะนี่ก็บ่ายโมงกว่าละ เดี๋ยวจะมืดซะก่อน ยิ่งไม่มีลูกหาบด้วย T^T

 

แต่แล้ว… เดินไปประมาณ 20% เราก็พบลูกหาบ! #รอดตายแล้วกรุ เลยรีบบอกเลย พี่ครับ รับได้อีกมั้ยครับ สักชิ้นสองชิ้นก็ยังดี 555+

 

จากนั้นเราก็เดินทางต่อไป สบายตัวขึ้นมาหน่อยนึง

หลังจากที่เราหลุดออกมาจากโซนป่าเรียบร้อยแล้ว ก็จะเจอกับดอยหมาหอบ เป็นเนินที่ชันที่สุดเท่าที่มีในดอยม่อนจองละครับ ที่ผ่านมาจะเป็นทางลาดปกติ

ซึ่งพอเดินพ้นเนินนี้ก็จะพบกับเขาโล้นๆ มีแต่หญ้า ที่เป็นเอกลักษณ์ของดอยม่อนจองอย่างสวยงาม

เดินมาอีกนิดก็จะเห็นมุมมหาชนอยู่ไกลๆ หัวสิงห์นั่นเอง

อ่าา หัวสิงห์ รอข้าก่อน….

หลังจากนั้น ด้วยความที่เราไม่มีลูกหาบ บวกกับเวลา ณ ตอนนี้ก็ 5 โมงแล้ว เราก็มีกันแค่ 5 คน

จุดกางเต๊นท์ก็ … เต็ม! ต้องออกมากางข้างนอกๆ หน่อย แต่ก็ทำให้ใกล้ทางไปยอดดี #คนมาเยอะ #ลูกหาบหมด #ที่กางเต๊นท์เต็ม

สักพัก อากาศเริ่มหนาว ควันออกปาก ณ เวลา 5 โมง #งงเลยสิ จึงรีบช่วยกันกางเต๊นท์ก่อนที่จะไม่มีที่นอน

เราได้เช่าเต๊นท์จากศูนย์ฯ มา 2 เต๊นท์ (เต๊นท์ละ 100 บาท) และนำมาเองอีก 1 เต๊นท์

พอกางเต๊นท์อะไรเสร็จเรียบร้อย .. เราก็พลาดชมพระอาทิตย์ตกไปแล้วเรียบร้อย.. T^T #มืดเร็วอีก

เอาหน่า ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ไปชมพระอาทิตย์ขึ้นแทนละกัน วันนี้รีบพักผ่อนเลยดีกว่า

Last Day

22 Jan 2017

กลางดึก ณ เวลาตี 3 อยู่ดีๆ ครับ เอ๊ะทำไมเต๊นท์เรามันเบี้ยวๆ ..

ใช่แล้ว… เต๊นท์พัง!

และพังทั้งสองเต๊นท์ที่เช่ามาเลยครับ ความซวยได้มาเยือนเราไม่หยุดหย่อนจริงๆ

แต่ไหนๆ มันก็ตี 3 แล้ว ทนๆ นอนทั้งแบบพังๆ แบบนี้ไปเลยละกัน

ระหว่างที่ตื่นมาก็ลองมองดูท้องฟ้า ปรากฎว่าฟ้าปิดเลยแหะ ว่าจะถ่ายดาวเล่นๆ ซะหน่อย

ไม่เป็นไร ตั้งปลุกอีกที ตี 5 ละกัน เผื่อจะเห็นดาวบ้าง

พอตี 5 … ฟ้าปิดเหมือนเดิม!

โอเค งั้น 6 โมงทีเดียวละ ค่อยๆ เดินขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันเลย

แต่ปรากฎว่า… ฟ้าก็ยังปิดเหมือนเดิม!

โธ่ ทริปแห่งความเฟลของเราก็ได้มาเยือนอย่างหนักหน่วง

เราจะไม่ท้อ เราจึงออกเดินไปยอดตอนหกโมงนี่แล่ะครับ ด้วยสภาพที่ …

ไม่เห็นอะไรเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

โอเค เดินไปก็เจอแต่หมอก เห็นแต่แสงพระอาทิตย์กระทบอีกฝั่งเบาๆ ยอมแพ้ก็ได้ เดินกลับเต๊นท์ไปเก็บของลงเขาเลยดีกว่า

ระหว่างทางเดินลงก็แวะที่เนินชันอีกรอบ คราวนี้ถ่ายคู่ป้ายดอยหมาหอบซะหน่อย

แต่พอเป็นหมอก มันก็ได้อารมณ์เหงาอีกแบบนึงนะ คิดซะว่าไม่ได้เห็นวิวสวยก็ได้วิวเหงาแทน

ระหว่างทางกลับก็ถ่ายรูปกับยอดหินแปลกๆ ซะหน่อย คนแวะถ่ายรูปตรงนี้เยอะมาก ต้องต่อคิวกันเลยทีเดียว

 

 

Conclusion

โดยรวม 70%
ความท้าทาย 25%
บรรยากาศ 85%
สภาพอากาศ 25%
ความสะดวก ความพร้อมของสถานที่ 40%



สรุปทริปดอยม่อนจองรอบนี้ เฟลระดับ 8 เลยครับ เนื่องจาก #ไม่มีลูกหาบ #เต๊นท์พัง #สภาพอากาศฟ้าปิด แต่โดยรวมถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่แย่จนเกินไป เพราะระยะทางเดินนั้นค่อนข้างง่ายเมื่อเทียบกับเขาหลวงหรือภูสอยดาว จึงมาชดเชยสิ่งที่เฟลเหล่านี้ได้ระดับนึง

ด้านความพร้อมความสะดวกสบายของดอยม่อนจอง จะรู้สึกไม่ค่อยโอเคหลายอย่าง อาจเป็นเพราะคนเริ่มมาเที่ยวเยอะและไม่มีการปรับปรุงให้ดีตลอดเวลา อย่างช่วงเวลาที่ผมขึ้นนั้น มีคนไปบนยอดมากถึงเกือบ 500 คน จึงทำให้ลูกหาบขาดแคลน รวมถึงบนเขาไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ เลย (ส้วมหลุม แต่มีน้ำใช้) จึงลำบากหน่อยสำหรับผู้หญิงครับ

เรื่องเต๊นท์ แนะนำว่า ถ้ามีของตัวเองควรนำไปเอง เพราะจากที่กล่าวไปเรื่องความพร้อมของศูนย์ฯ เต๊นท์ที่เช่าก็ไม่ได้คุณภาพเท่าไหร่ จริงๆ ผมก็เห็นตั้งแต่ตอนกางแล้วแล่ะ ว่ามันพันเทปสีดำไว้เท่านั้น เหมือนเคยพังมาก่อนแล้วซ่อมแบบชั่วคราว ผมได้บอกกับเจ้าหน้าที่แล้ว ที่เต๊นท์เช่าผมพังทั้งสองเต๊นท์เลย ซึ่งผมมองว่าไม่โอเคมากๆ ครับเรื่องนี้ ยิ่งถ้าช่วงอากาศหนาวๆ แล้วบางคนไม่ได้เตรียมพร้อมจริงๆ จะลำบากมากครับ

สภาพอากาศ อันนี้ก็ดวงซวยล้วนๆ ที่ไปช่วงฟ้าปิดสนิท หมอกเต็มเลยครับ ถ่ายดาวถ่ายวิวไม่ได้เลย เป็นสิ่งที่เสียดายมากๆ เพราะถ้าฟ้าเปิด จะเป็นอะไรที่สวยแน่นอน

ฝากทิ้งท้าย คนสนใจขึ้นดอยม่อนจอง สอบถามข้อมูลทั่วไปอื่นๆ, การจองลูกหาบ, การจองที่พัก และติดต่อเจ้าหน้าที่ เข้าไปได้ที่ www.doimonjong.com

Comments

comments