อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

สวัสดีทุกคนที่หลงเข้ามาครับ 555+ นี่ก็เป็นเหมือนธรรมเนียมการเปิดไดอารี่เดินป่าเที่ยวเขาของผมไปแล้ว เส้นทางเดินเขาที่ 5 ของผมครั้งนี้คือ ภูกระดึง จ.เลย นี่เองง ~ หลังจากที่ไปภูสอยดาว, ดอยหลวงเชียงดาว, เขาหลวง และ ดอยม่อนจอง มาแล้ว

ภูกระดึงรอบนี้ เราไม่ได้ทำการบ้านอะไรมาก เพราะเห็นว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ค่อนข้างเป็นที่นิยม ไม่ยากอะไรมาก #หรอออ เราก็เลยไม่เตรียมตัวอะไรกันมาก (แต่นั่นคือความพีคที่กำลังจะเจอในตอนต่อไป)

เตรียมตัว
8 Dec 2018


ออกเดินทางจาก กทม ประมาณตีสี่ ถึงที่เพชรบูรณ์เพื่อแวะซื้อของประมาณ 9 โมงครึ่ง ซึ่งตรงนี้ก็แอบงงว่าเราจะชิลกันไปไหน ถึงขั้นกินข้าวเที่ยงตอน 10 โมง กว่าจะเสร็จพร้อมออกเดินทางจากเพชรบูรณ์ก็ปาไป 11 โมง

พีคที่ 1

สำหรับใครที่จะขึ้นภูกระดึง จะต้องขึ้นภูก่อนบ่ายสอง เพราะว่าถ้าช้ากว่านั้นมันจะมืดเกินไปและจะเป็นอันตราย มีช้างป่า และสัตว์อันตรายอื่น ๆ ซึ่ง… ทีมเราครับ ด้วยความที่ออกเดินทางช้า ดู Google Maps บอกว่าถึงบ่ายสองพอดี (เกือบจะตัดสินใจไปภูทับเบิกกันละ) แต่สุดท้ายเราก็ไม่ยอมแพ้โชคชะตา ถึงตีนเขาภูกระดึงที่เวลา 13.50 น. !

รีบวิ่งเลยสิครัช รีบชั่งน้ำหนักสัมภาระให้ลูกหาบเตรียมหาบ (กิโลกรัมละ 30 บาท) ทุกอย่างเสร็จภายใน 10 นาที แล้วเราก็รีบออกเดินทางขึ้นสู่ยอดภูกระดึงที่ระยะทาง 5.5 กม. กันเลยครับ

ก่อนเดินขึ้นก็ Selfie สมาชิกซักหน่อย (ยิ้มแย้มเชียว)

ทางเดินไม่ลำบากมาก มีช่วงชัน กับ ช่วงเดินสบาย สลับกันไป โดยจะเป็นช่วงชันตอนกิโลแรกกับกิโลตอนท้าย และทางเดินก็ชัดเจน ไม่หลงแน่นอน

ทางเดินจัดว่าทำมาให้ดีมาก ๆ เมื่อเทียบกับที่อื่น ๆ ที่เราเคยไปมา เพราะที่นี่จะพยายามทำให้เป็นขั้นบันไดตลอดเวลา อาจจะใช้หินใหญ่บ้าง ใช้ปูน ใช้ไม้ สลับกันไป เรียกได้ว่าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวสุด ๆ

ทำเป็นบันไดให้เดินสะดวกขึ้น (แต่ก็เหนื่อยอยู่ดี)
จะเห็นว่ามีแต่คนเดินลง มีเพื่อนร่วมทางเดินขึ้นอยู่ไม่กี่คน ถถถถถถ

กิโลแรกผ่านไป ดูชิลครับ จะเห็นว่าระยะทางถึงยอดหลังแปตอนนี้เหลืออีก 4,430 เมตร สิ่งหนึ่งที่ผมอึ้งถึงความสะดวกสบายของที่นี่คือ ด้านหลังป้ายครับ เป็นร้านค้าเลย!

จุดพักที่เขาอื่น ๆ ไม่มีแบบนี้นะครับ อย่างเก่งก็มีแต่ลานกว้าง ๆ มีหินใหญ่ ๆ มีที่นั่งพักแค่นั้น นี่พี่แกเล่นเป็นร้านค้าย่อม ๆ เลย เรียกได้ว่า แทบไม่ต้องขนอะไรขึ้นมาเลยครับ

มีโซนถังขยะเรียบร้อย

จากนั้นก็มานั่งชมวิวสัก 5-10 นาทีก่อนลุยต่อ

มีช่วงนึงที่เป็นทางชันมาก แต่ทางอุทยานก็ทำเป็นบันไดสลับซ้ายขวาอย่างสวยงาม

พีคที่ 2

อย่างที่รู้กันว่า ทีมเราเริ่มเดินบ่ายสองพอดี บวกกับช่วงฤดูหนาวจะมืดเร็ว… ก็นั่นแล่ะครับท่านผู้ชม เหลืออีก 1.5 กม สุดท้าย แต่… เป็นสุดท้ายที่ทรมานมาก เพราะมันมืดแล้วตั้งแต่ห้าโมงครึ่ง!

บรรยากาศห้าโมงนิด ๆ เริ่มสลัว

มีช่วงที่มีไฟสว่างให้บ้างบางจุด

หกโมง มืดสนิทจนต้องใช้ไฟฉายเดินเท่านั้น

จากที่แพลนกันไว้ว่า 3 ชั่วโมงนิด ๆ ถึงยอด กลายเป็นว่า 4 ชั่วโมงกว่า ถึงยอดหลังแปแล้ว เย่! แต่…

…..ไหนที่กางเต๊นท์ฟะ !?!…..

พีคที่ 3

เวนกำ… ต้องเดินต่ออีก 3.5 กม. คือไม่ได้ทันเตรียมตัวเตรียมใจมาก่อนว่า พวกเราจะต้องเดินทางราบอีก 3.5 กม. นี่หลอกเรานี่หว่าาาาาาาาา T^T

สรุปถึงจุดกางเต๊นท์ (ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว) ตอนเกือบ 2 ทุ่ม ใช้เวลาเดินทั้งหมด 5 ชั่วโมง ~

หิวก็หิว มืดก็มืด อยากรีบกางเต๊นท์แล้วไปกินข้าวทันที

พีคที่ 4

เอ… ไหนเต๊นท์พวกเราล่ะ? …

ลูกหาบยังมาไม่ถึง!!!

นั่งรอยาวไปสิครับ ยังดีนะที่ข้างบนมีสัญญาณมือถือ พอเล่นฆ่าเวลาได้ แต่หิวก็หิวน่ะ แต่ก็กลัวลูกหาบมาน่ะ เอาไงดี

พีคที่ 5

รอจน 3 ทุ่ม รู้สึกว่าลูกหาบยังไม่มาสักที ร้านอาหารก็ปิด 4 ทุ่ม

ตอนนี้เราก็ลังเลกันว่าจะไป กินข้าวดี? รอลูกหาบดี? กินข้าว? รอ? กินข้าว? รอ?

สุดท้ายก็.. ไปกินข้าวละกัน!

ระหว่างเดินไปก็อึ้งกับความพร้อมของร้านอาหารบนภูมากฮะ อย่างกะตลาดนัด ตื่นตาตื่นใจ ซึ่ง..กำลังจะเดินเข้าร้านกินข้าวละ …

ประกาศ ลูกหาบชุดสุดท้าย มาถึงแล้ววววววว (ของเรานั่นเอง)

เออโอเคไปรับของกันเถอะ = =”

พีคที่ 6

หลังจากไปรับของ (ตอน 3 ทุ่ม) เราก็รีบจ่ายตังให้ลูกหาบ แล้วก็ขนของทุกอย่างไปกองไว้ ตรงที่จะกางเต๊นท์ของเรา แล้วก็รีบเดินไปกินข้าวเถอะ เพราะจะ 4 ทุ่มละ

หลังจากนั่งชิลกินข้าวอย่างสบายใจอยู่นั้น…

ฝนตก! … แล้วของที่กองไว้ที่จะกางเต๊นท์….

ว๊อท เดอะะะะะะ … โอเครีบแดกรีบไปหาอะไรคลุมของที่กองไว้ที่เต๊นท์ละกัน แม้มันอาจจะสายเกินแก้ 5555+

ณ ตอนนี้ก็จะ 4 ทุ่มละ แต่เราเพิ่งจะมากางเต๊นท์กันครับ มืดก็มืด ต้องมากางตรงศาลาที่มีแสงไฟแล้วค่อยยกเต๊นท์ไป มีทั้งหมดสองเต๊นท์ ใหญ่ 1 (นอนได้ 3 คน) เล็ก 1 (นอนได้ 1 คน)

พีคที่ 7

สรุปกว่าจะกางเต๊นท์กันเสร็จ ปาไป 5 ทุ่มครับ .. กางเต๊นท์เสร็จเหนื่อยจนอยากจะนอน แต่นอนไม่ได้ เพราะยังไม่ได้อาบน้ำ รู้สึกได้ถึงความพีคในวันนี้มันสะสมเกินกว่าจะเอนตัวนอนลงได้โดยไม่อาบน้ำ 555+

เท่านั้นยังไม่พอ เพื่อนโดนทากกัด!

ช่วงนี้มันจะไม่ควรมีทากครับ เพราะมาฤดูหนาว แต่… มันฝนตกไง! ว๊อท เดอะะะะ = =”

เอาเป็นว่า สรุปกว่าจะได้นอนคือปาไปเกือบตีหนึ่ง และทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พรุ่งนี้ ไม่ตื่นไปดูพระอาทิตย์นะ 555+ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราก็พอทราบสภาพอากาศจากวันนี้ได้ว่าฝนตกฟ้าปิด เพราะงั้นโอกาสในการเห็นพระอาทิตย์ขึ้นก็มีน้อยอยู่ดี เลยหลับยาวกันเถอะ

ณ บนภู
9 Dec 2018


เช้าวันที่สอง ณ บนภู ก็เป็นไปตามแพลนครับ .. ตื่น 9 โมง หลับสบายยยยยย

มาดูสภาพเต๊นท์ที่ทุลักทุเลเมื่อคืนกันครับ โดยเราจะกางหันหน้าเข้าหากันแล้วใช้ผ้าใบใหญ่คลุมน้ำค้างข้างบนอีกที

ตื่นมาเลทขนาดนี้ นักท่องเที่ยวก็เริ่มหายไปกันหมดละ ทีมเราก็เดินชิลไปกินข้าวกัน

ที่กินข้าวก็จะมีโซนนั่งปาร์ตี้หมูกะทะแบบนี้เลย

เราก็มาหยุดอยู่ที่ร้านป้าคนนี้ สำหรับมื้อเช้า อาหารที่นี่ส่วนใหญ่จะเฉลี่ยอยู่ที่ 70-80 บาท

เริ่มต้นที่โจ๊กหมู อ่าา ฟินนนน

ตามมาด้วยไข่กะทะ ดูหน้าตาอาจไม่น่ากิน แต่อร่อยสุด (อะไรก็อร่อยหมดแล่ะบนนี้)

พีคที่ 8

ใครว่าวันที่ 2 จะไม่มีเรื่องพีค มันต้องพีคทุกวัน! 555+

ด้วยความที่ชิลกันเกินไป หารู้ไม่ว่าข้างบนนี้ ถ้าแกจะไปถ่ายรูปที่ ผาหล่มสัก อันเป็น Signature ของภูกระดึงนั้น ต้องเดินไปไกลถึง 9 กม. ! “ไม่มีใครในทีมรู้เลย”

แล้วมารู้ตัวตอนไหน ว่าต้องเดินเกือบ 10 กม.?

บ่ายสาม!

โอ้โห รีบออกเดินทางให้ไวเลยจ้าาาาาาาาาา

ระหว่างทางก็มีที่สวย ๆ ให้ถ่ายรูปหมู่ไปเรื่อย

เดินมาประมาณ 2.5-3.0 กม. ก็จะเจอโซนโล่ง ๆ แบบนี้ นึกถึงเกมพวกสงคราม มันดูโล่งน่าเล็งสไนเปอร์ดี 5555+

จากนั้นเราจะเดินมาถึง

ผานาน้อย

เป็นจุดถ่ายรูปที่น่าสนใจอีกจุดนึง

รูปหมู่สักหน่อย

ใช้เวลาตรงนี้ที่ผานาน้อยเกือบชั่วโมง เพราะวิวสวยแบบพาโนรามามาก ๆ

จากนั้นเราก็เดินต่อไปที่ ผาหล่มสัก เพราะว่าตอนนี้ก็ 4 โมงกว่า ๆ แล้ว เดี๋ยวจะถึงที่หมายมืดเหมือนเมื่อวานอีก ซึ่งจาก ผานาน้อย ไป ผาหล่มสักก็ประมาณ 5 กม. กว่า ๆ ซึ่งไม่ใกล้เลยนะฮะะะ

ภาพเส้นทางเดิน 5 กม. สุดท้าย ก่อนถึง ผาหล่มสัก

ระหว่างทางเห็นภูเขาคล้าย ๆ ฟูจิเลย สวยดี

และแล้ว.. เราก็ถึงผาหล่มสักที เย่

มีรูป Signature แบบโล้น ๆ ให้เชยชมแค่นี้แล่ะ เพราะคือต่อแถวถ่ายรูปกันยาวเหยียดมากกกกก -0-

ไม่เป็นไร เราก็มาถ่ายแถวอื่นที่ไม่ใช่ Signature ก้อด้ายยยยย

และแน่นอน ใกล้จะ 6 โมงแล้ว ก็เริ่มมืดอีกแล้วนะครับ = =”

ตรงนี้ไม่อยากเรียกว่าพีคละ เพราะตั้งใจไว้ว่ายังไงก็ต้องเดินกลับแบบมืด ๆ 9 กม. ไปที่เต๊นท์ ซึ่งเราก็แวะพักที่ 5 กม. ที่ผานาน้อยเหมือนเดิม แล้วก็เดินต่ออีก 5 กม.

ถึงที่จุดกางเต๊นท์ที่เวลา 2 ทุ่มครึ่งเรียบร้อย

จากนั้น สิ่งที่เตรียมตัวคืนสุดท้ายสำหรับภูกระดึงนั่นก็คือ …

หมูกะทะ!

เขาเล่ากันว่า ใครไม่ได้ลองหมูกะทะบนภูกระดึงนี่เหมือนมาไม่ถึง ก็คือลองเพื่อหายอยากเฉย ๆ แล่ะครับ มีหมูประเภทเดียวเลยนะ ไม่มีติดมันอะไรทั้งสิ้น ตามรูป คือ ชุดละ 500 บาท

พอกินเสร็จ อาการปวดขาก็เริ่มกำเริบกันเล็กน้อย เพราะเร่งเดิน ไป-กลับ 18 กม. กัน อย่าลืมพกยาทาแก้ปวดกล้ามเนื้อกันไปด้วยนะฮะ ช่วยได้เยอะจริง ๆ

หลังจากนั้นก็อยากจะถ่ายดาว แต่ก็ .. ฟ้าปิดสองคืนกันเลยทีเดียว = =”

เอาเป็นว่า ช่างมัน นอนพักดีกว่า ไม่ไหวละ 55555

เตรียมกลับ
10 – Dec 2018


เช้านี้ก็ไม่ได้ตื่นมาดูพระอาทิตย์อะไรกันอีกเช่นเคยครับ เพราะฟ้าปิดติดต่อกันอย่างไม่น่าให้อภัย สงสัยคงต้องได้ไปซ้ำอีกสักรอบ #เหรอออออ

สรุป

  • 80%
    โดยรวม - 80%
  • 50%
    ความท้าทาย - 50%
  • 50%
    บรรยากาศ - 50%
  • 25%
    สภาพอากาศ - 25%
  • 95%
    ความสะดวก ความพร้อมของสถานที่ - 95%
60%

สรุป

มีความพีคตลอดต่อเนื่องทั้งทริป มีความพร้อมความสะดวกสบายมาก ระยะทางเดินไกลมาก




สรุปทริปภูกระดึงรอบนี้ไม่เฟลมาก แต่มีความพีคตลอดต่อเนื่องทั้งทริป ตามความพีคที่เล่าไปทั้งหมด 8 พีคด้านบน บวกกับความเฟลเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ฟ้าปิด อดถ่ายดาว อดดูพระอาทิตย์ขึ้น-ลง แต่โดยรวมถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่แย่จนเกินไป เพราะทางเดินนั้นค่อนข้างง่ายเมื่อเทียบกับเขาหลวงหรือภูสอยดาว และเทียบกับทุก ๆ ที่ ที่ผมเคยไป เพราะที่นี่ทางอุทยานทำเป็นบันไดเดินง่าย ๆ ให้เลย จึงมาชดเชยสิ่งที่เฟลเหล่านี้ได้ระดับนึง

ด้านความพร้อมความสะดวกสบายของภูกระดึง ขอบอกเลยว่า พร้อมมากเกินไปจนไม่มีความท้าทายในการเดินขึ้นยอด 5555+ เริ่มตั้งแต่ทางเดินที่ทำเป็นบันไดให้ง่าย ๆ มีโซนร้านค้าทุก ๆ 1 กม. ในช่วงขึ้นยอด พอถึงบนยอดก็มีเต๊นท์ดี ๆ ให้เช่า มีบ้านพัก มีร้านอาหาร มีห้องน้ำ มีทุกอย่างพร้อม เรียกได้ว่าแทบจะตัวเปล่าขึ้นไปได้เลย ไม่ต้องขนอุปกรณ์ทำอาหาร(เพราะเขาไม่ให้ทำอาหาร) หรือเต๊นท์ของตัวเองไปก็ได้ (แต่กลุ่มเราก็เอาขึ้นไปเองจะสนุกกว่า)

แต่ความพร้อมของอุทยาน ก็แลกมาด้วย ระยะทางเดินที่ไกลมากกกกกกกกก โดยรวมทั้งทริปนั้น เดินเกือบ 40 กม. รวมทั้งทางราบและทางขึ้นลง ดังนั้นคนที่จะมาเที่ยวภูกระดึง แนะนำให้ออกกำลังขามาให้ดีครับ เดินเยอะสุด ๆ

สภาพอากาศ อันนี้ก็ดวงซวยล้วนๆ ที่ไปช่วงฟ้าปิดสนิท หมอกเต็ม ฝนตกอีกในฤดูหนาวอีก! ถ่ายดาวไม่ได้ แต่พอถ่ายวิวสวยอยู่ ก็เป็นสิ่งที่เสียดายมาก ๆ สำหรับการถ่ายดาว เพราะถ้าฟ้าเปิด จะเป็นอะไรที่สวยแน่นอน

สุดท้าย ถ้าใครสนใจเดินขึ้นภูกระดึง ไม่ต้องจองอะไรฮะ เพียงแค่ไปถึงตีนเขาเร็ว ๆ หน่อยก็ดี แนะนำก็ก่อนเที่ยง เพราะเดินทางไกล ไม่งั้นจะเดินมืดเหมือนกลุ่มเรา และมันจะลำบากในช่วงสุดท้ายที่จะถึงยอดนะฮะ

จบรีวิวภูกระดึง ทริปขึ้นเขาประจำปี 2561 ^^

Facebook Comments